นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
วันนี้พิจารณาแนวทางส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed – in Tariff (FIT)
โดยเห็นชอบใน 2 ประเด็นหลัก คือ
ให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ประเภทต่างๆให้ครบตามเป้าหมาย
และกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ Feed- in Tariff
สำหรับใช้ในการรับซื้อไฟฟ้าในปี 57-58 ซึ่งกระทรวงพลังงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)
ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์อัตรรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่เหมาะสมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงเรียบร้อยแล้ว
สำหรับโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม)
ให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 576 เมกะวัตต์ เพื่อให้เต็มตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2,000 เมกกะวัตต์
กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 58
โดยมอบหมายให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) รับไปพิจารณาจากผู้ที่ยื่นข้อเสนอโครงการเพื่อขอขายไฟฟ้าไว้เดิมแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับซื้อไฟฟ้า
ส่วนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป ) ให้ขยายเวลากำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์สำหรับโครงการที่ผูกพันกับภาครัฐแล้ว 130.64 เมกะวัตต์ จากเดิมกำหนดไว้ภายในเดือน ธ.ค.56 เป็นภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 56 เป็นภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 57
เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความชัดเจนการตีความนิยามของ ”โรงงาน” ตามกฎหมาย
และปัญหาการขออนุญาตดัดแปลงอาคารตามข้อกำหนดกรมโยธาธิการและผังเมือง
ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ได้ภายในกำหนด พร้อมกันนี้ยังเปิดรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มสำหรับประเภทโครงการขนาดเล็กสำหรับที่พักอาศัยขนาดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์อีก 69.36 เมกะวัตต์ เพื่อให้ครบเป้าหมาย 200 เมกกะวัตต์ โดยกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.58
ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งในพื้นที่ชุมชน (โซลาร์ชุมชน) ให้ปรับเปลี่ยนเป็นโครงการสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร ขนาดติดตั้งไม่เกิน 5 เมกะวัตต์ต่อแห่ง รวม 800 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 58
จากเดิมรูปแบบจะให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุนเมืองแห่งชาติเป็นเจ้าของโครงการ แต่ติดปัญหาหลายประการทำให้โครงการยังไม่มีการดำเนินงานแต่อย่างใด เช่น ชุมชนไม่สามารถจัดหาพื้นที่ส่วนกลางเพื่อตั้งโครงการได้เพราะต้องใช้ที่ดินส่วนรวม 10-12 ไร่ ปัญหาชุมชนไม่สามารถจัดหาเงินลงทุนได้ เป็นต้น
นายอารีพงษ์ กล่าวว่า อัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในรูปแบบ FiT ในปี 57-58 เป็นดังนี้
1.แบบติดตั้งบนพื้นดิน (90 เมกกะวัตต์) 5.66 บาท/หน่วย
2.แบบติดตั้งบนหลังคา (บ้านอยู่อาศัย 10 กิโลวัตต์) 6.85 บาท/หน่วย
3.แบบติดตั้งบนหลังคา (อาคารธุรกิจ/โรงงาน > 10-250 กิโลวัตต์) 6.40บาท/หน่วย
4.แบบติดตั้งบนหลังคา (อาคารธุรกิจ/โรงงาน > 250>1,000 กิโลวัตต์) 6.01บาท/หน่วย
5.แบบติดตั้งบนพื้นดินสำหรับหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร 5.66 บาท/หน่วย
ทั้งนี้โครงการทุกรูปแบบมีระยะเวลาในการสนับสนุน 25 ปี